บ้านทรุด : รอยร้าวบนผนัง ดัชนีบอกสุขภาพอาคาร

บ้านทรุด  :  รอยร้าวบนผนัง  ดัชนีบอกสุขภาพอาคาร

               เพราะ  บ้านคือวิมานของเรา  เราซื้อเราเช่าเราปลูกของเราตามใจ  บ้านร้าวทั้งหลังเราคงทุกข์ใจ  มันเป็นเพราะเหตุใด  ข่มตาหลับไม่ไหวนอนคิดไปตลอดคืน

               เพราะ  บ้านคือวิมานของคน  เจ้าของบ้านคือคนที่ทุกข์ทนก่อนใครเมื่อประสบกับรอยร้าวของบ้าน  บ้านยุคนี้มักจะสร้างกันด้วยปูนมากกว่าไม้  ด้วยเหตุที่ไม้หายาก  มีราคาแพง  และต้องการการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ปลวกมารับประทานและอาศัยอยู่พร้อมกับคน  ด้วยเหตุนี้บ้านปูนที่หาได้ง่ายและต้องการการบำรุงรักษาที่ต่ำจึงมีอยู่มากในปัจจุบัน

               ปัญหาชวนปวดใจของเจ้าของบ้านปูนคือ  “บ้านร้าว”  อันเกิดจากโครงสร้างบ้านเสียหายจากการทรุดตัว  หรืออาจเกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน  รอยร้าวของบ้านปูนจะสังเกตุเห็นได้ง่ายสุดที่บริเวณ  “ผนัง”  เพราะเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของบ้าน  “ผนังปูน”  ของบ้านบอกสุขภาพของบ้านหลังนั้นได้  มาลันดูกอง  มาลองดูกันว่า  ผนังบ้านจะบอกอะไรท่านเจ้าของบ้านได้บ้าง

               แต่ก่อนอื่นใดเรา ๆ ท่าน ๆ  คงต้องทำความรู้จักกับ  “ปูน”  ที่ใช้ทำผนังกันเสียก่อน  ถ้าจะถามยายเมี้ยนข้างบ้านว่า  ปูนเป็นหยัง  คงได้คำตอบจากแกว่า  เป็นของเหลวเหนียวๆสีแดงเอาไว้ทาใบพลูห่อหมากแล้วเอาเข้าปากเคี้ยวหรือเอาลงครกตำ  ถูกของยายแก  แต่นั่นเป็น  “ปูนแดง”  ไว้กินกับหมาก  ส่วนปูนที่ใช้ทำผนังบ้านคือ  “ปูนซีเมนต์”  จัดเป็นสารเชื่อมประสานวัสดุก่อสร้างชนิดอื่นที่มักจะเป็นหินหรือทรายเข้าด้วยกัน

               “ปูนซีเมนต์”  เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีลักษณะพิเศษคือ  เมื่อพบปะกับน้ำแล้วจะเกิดปฏิกิริยา  “ไฮเดรชั่น”  จากที่เป็นผงจะกลายร่างเป็นของเหลวข้น(phaste)  คล้ายยาสีฟัน  เมื่อทิ้งไว้ซักพักจะก่อตัว(setting)  และแข็งตัว (hardening)  กลายเป็น  “หินเทียม”  ในบัดดล  ดังนัน้เมื่อปูนซีเมนต์ไม่มาพบกับน้องน้ำก็จะไม่กลายเป็นสารเชื่อมประสานหรือสารซีเมนต์  แต่เมื่อพบกับน้ำจะก่อตัวและแข็งตัวในเวลาถัดมา  น้ำจึงมีส่วนสำคัญต่อการแข็งตัวของปูนซีเมนต์

               ปูนซีเมนต์ก็มีหลายประเภท  แบ่งหยาบ ๆตามหน้าที่เป็น  ประเภทสวยงามกับประเภทแบกหาม  ปูนซีเมนต์ประเภทสวยงามนี่แหละที่ใช้ทำผนัง  ชื่อทางการเรียกว่า  “ซิลิก้าซีเมนต์”  เป็นปูนซีเมนต์ที่ผสมทรายบดละเอียดมาก  เช่น  ปูนตรานกอินทรี  ตราเสือ  ตรางูเห่า  เป็นต้น  มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า  “ปูนผสม”  ปูนซีเมนต์ประเภทนี้เมื่อนำมาผสมกับทรายหยาบและน้ำจะกลายร่างเป็น  ”ปูนก่อ”  ใช้สำหรับเชื่อประสานวัสดุก่อเช่นอิฐมอญหรือคอนกรีตบล็อก(อิฐบล็อก)  ให้กลายเป็น  ”แผ่น”  ผนัง  และหากนำมาผสมกับทรายละเอียด  ปูนขาวหรือน้ำยาเคมีผสมปูนฉาบ  และใส่น้ำ  ก็จะกลายเป็น  “ปูนฉาบ”  ใช้แต่งแผ่นผนังอิฐมอญหรืออิฐบล็อกให้เรียบเนียนสวย

               ปัจจุบันมีการใช้อิฐมวลเบาหรืออิฐน้ำหนักเบา  แทนอิฐมอญหรืออิฐบล็อกในการทำผนัง  การเชื่อมต่อระหว่างก้อนอิฐมวลเบาให้กลายเป็นผนังผืนใหญ่ ๆ  จะใช้ปูนก่ออิฐมวลเบาเป็นการเฉพาะเช่นเดียวกับปูนฉาบ  ไม่ว่าจะเป็นอิฐมอญ  อิฐบล็อก  อิฐมวลเบา  ปูนก่อ  ปูนฉาบ  ต่าง ๆ  ที่ประกอบร่างกันกลายเป็นผนังปูนนี้ต่างถูกจัดเป็น  “วัสดุเปราะ (brittle materials)่”  ที่มีความอ่อนแอ(ไม่แข็งแรง)เมื่อถูกดึงหรือถูกดัด  ตรงนี้เป็นหลักการสำคัญในการวิเคราะห์  “สุขภาพ”  ของบ้านหรืออาคารปูนที่มีผนังปูนเป็นส่วนประกอบหลัก  หากพบรอยร้าวที่ผนังแสดงว่าจุดดังกล่าวอาจถูกดึงหรือถูกดัดอยู่อย่างแรงเกินที่ผนังจะรับได้

               ปูนซีเมนต์อีกประเภทเป็นปูนซีเมนต์ประเภทแบกหามหรือใช้รับกำลัง  ใช้รับน้ำหนักของตัวอาคารบ้านเรือน  ส่วนใหญ่ใช้ทำ  “โครงสร้าง”  เช่น  ฐานราก  เสาตอม่อ  คาน  เสา  บันได  เป็นต้น  ชื่ออันเป็นทางการของปูนประเภทนี้คือ  “ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์”  มีหลายยี้ห้อตามแต่ละบริษัทที่ผลิตเช่น  ปูนตราเพชร  ตราช้าง  ตราพญานาค  เป็นต้น  ก็ให้รู้จักกันเพียงคร่าว ๆ  เท่านี้สำหรับพวกชอบใช้กำลัง

               ย้อนกลับมาดูเรื่องผนัง  เมื่อมีการแตกร้าวจะบอกอะไรเรา

               ผนังจะร้าวได้เนื่องจากสาเหตุใหญ่  ๒  สาเหตุ  คือ ๑  การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานตามหลักวิชา  ๒  โครงสร้างอาคารมีปัญหา

               การก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน  ทำให้มีโอกาสเกิดรอยร้าวบนผนังได้ดังนี้

  • รอยร้าวแตกลายงา มีขนาดความกว้างเล็กกว่า  ๐.๕  มิลลิเมตร  ยาวไม่เกินครึ่งเมตร  เกิดแนวร้าวสั้น ๆ  สะเปะสะปะ  เกิดจาดส่วนผสมปูนฉาบไม่ดี  บ่มผิวปูนฉาบไม่ดี  หรือผนังอาจรับแดดจนร้อนในเวลากลางวันและสัมผัสอากาศเย็นในเวลากลางคืน  ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานจึงเกิดการหด-ขยายตัวไม่ทันจนเกิดรอยร้าว

crack1

  • รอยร้าวที่ขอบวงกบประตูหรือหน้าต่าง อาจมีขนาด  ๐.๕  มิลลิเมตรถึงหลายมิลลิเมตร  ความยาวอาจถึงครึ่งเมตร  เริ่มที่บริเวณมุมของวงกบประตูหรือกน้าต่างเป็นเส้นเฉียงปรัมาณ  ๔๕  องศา  เกิดจากขาดเอ็นคอนกรีตเสริมเหล็กรอบวงกบ

crack3

  • รอยร้าวจุดต่อผนัง เป็นรอยร้าวในแนวดิ่งที่จุดต่อผนังกับเสา  หรือในแนวราบที่จุดต่อผนังกับคาน  เกิดจากการไม่เสียบเหล็กหนวดกุ้ง (เหล็กเสริมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  ๖  มิลลิเมตร)  ฝังในคานหรือเสาโผล่ยื่นออกมายึดผนังอิฐขณะก่ออิฐ  หรือหากมีเหล็กหนวดกุ้งก็อาจเป็นเพราะเหล็กหนวดกุ้งฝังในเสาหรือคานไม่แน่นพอ

crack4

  • รอยร้าวในแนวราบ อาจเกิดที่กึ่งกลางความสูงของผนัง  เป็นรอยร้าวแนวราบยาว  อาจเกิดจากโพรงบริเวณทับหลังในผนัง  หรือไม่มีเหล็กหนวดกุ้งยึดผนัง  ผนังเกิดการสั่นสะเทือนหรือขยับตัวจนเกิดรอยร้าวดังกล่าว

crack2

                 โครงสร้างที่มีปํญหาก่อให้เกิดรอยร้างบนผนังได้  การวิเคราะห์รอยร้าวตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ให้ผนังเชื่อมติดกับโครงสร้างอันได้แก่  เสาหรือคานอย่างแน่นหนา  และเมื่อโครงสร้างขยับตัวผนังจะขยับตัวเปลี่ยนรูปตามไปด้วย  เมื่อผนังเปลี่ยนรูปหรือบิดเบี้ยวมากก็จะมีรอยร้าวปรากฏ  จากเดิมที่ผนังเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉากกลายเป็นสี่เหลี่ยมมุมโย้(สี่เหลี่ยมด้านขนาน)  จะมีเส้นทแยงมุมด้านหนึ่งของสี่เหลี่ยมยาวขึ้น  นั่นหมายถึงด้านนั้นจะเกิดแรงดึง  เมื่อผนังปูนซึ่งเป็นวัสดุเปราะรับแรงดึงไม่ได้จึงเกิดรอยร้าว(crack)ขึ้น

               โครงสร้างที่มีปัญหาที่ทำให้เกิดรอยร้าวบนผนังส่วนใหญ่เกิดจากการทรุดตัวของฐานรากอาคารที่ไม่เท่ากัน(differential settlement)  รอยร้าวของผนังปูนที่เกิดจากโครงสร้างมีปัญหามีดังนี้

  • รอยร้าวทแยงมุม เกิดเป็นแนวเอียงทแยงมุมประมาณ  ๔๕  องศา จากเพดานจรดพื้นหรือเสา  หากมีขนาดกว้างกว่า  ๑  มิลลิเมตรจะมีความยาวต่อเนื่องไม่ขาดตอน  อาจเกิดจากฐานรากหรือเสาที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นมีการทรุดตัว  ควรตรวจวัดขนาดและความยาวของรอยร้าวสม่ำเสมอทุกเดือน  หากมีเพิ่มแสดงว่าโครงสร้างทรุดตัวไม่หยุด  อาจเกิดอันตรายได้ต้องรีบแก้ไข

crack5

crack6

crack7

crack8

crack9

  • รอยร้าวในแนวดิ่ง เกิดเป็นแนวดิ่งบริเวณช่วงกลางผนังจากเพดานยาวลงมาหรือสูงขึ้นไปกว่าครึ่งความสูงผนัง  ขนาดความกว้างรอยร้าวแปรเปลี่ยนตามความยาว  ส่วนต้นกว้างมากกว่าส่วนปลายรอยร้าว  ส่วนใหญ่เกิดจากการแอ่นตัวของคานหรือพื้นที่รับผนังนั้น  รอยร้าวประเภทนี้บอกถึงความสามารถในการรับแรงดัดของพื้นหรือคานไม่เพียงพอ  ควรต้องเสริมความแข็งแรงของพื้นหรือคานนั้นต่อไป

crack10

crack11

                เพราะบ้านคือวิมานของเรา  ปัญหาชวนปวดใจจากบ้านร้าวจะคลายไป  หากเราท่านรู้วิธีตรวจรอยร้าวของบ้านปูนและวิเคราะห์หาสาเหตุการแตกร้าวเหล่านั้นได้  ร้าวแล้วจึงซ่อมได้ถูกจุดแห่งเหตุของการร้าวย่อมดีกว่า  ร้าวจนบ้านพัง  จนรอยร้าวจากบ้านลุกลามให้ต้อง

“ใจร้าวเพราะทุกข์ใจที่บ้านพัง”

Cr: วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.  คู่มือเทคนิคการตรวจสอบอาคารเพื่อความปลอดภัย.

Advertisements

About dhawin

ผู้เคยฝากสิบสามฝันไว้ในกระดาษบนโต๊ะทำงาน เวลาเลื่อนเลือนฝันลางตามความเปื่อยยุ่ยของกระดาษ หากแต่บางข้อฝันยังคงฝังค้างใจ กระตุ้นเตือนฉุดรั้งให้เล่าขาน ผ่านการเขียน

Posted on 27/10/2015, in etc. and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink. Leave a comment.

ความเห็นเป็นตัวอักษร

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: