ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ : กี่สิบปีแล้วที่ไม่ได้แก้


ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ : กี่สิบปีแล้วที่ไม่ได้แก้

เมื่อปีพ.ศ.  ๒๕๓๗  สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)  ได้ออกสมุดปกขาวเรื่อง  ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ  มีทางแก้ไขหรือไม่  ซึ่งแน่นอนอย่างยิ่งที่ต้องเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านจราจร  เนื้อหาสาระทำให้เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า  เมื่อประมาณ  ๒๐  ปีก่อน(๒๕๕๘-๒๕๓๗=๒๑ ปี)

พื้นที่ในส่วนวงในถนรัชดาภิเษกซึ่งเป็นเขตธุรกิจ(Central Business Distric,CBD) มีสภาพการจราจรเคลื่อนที่ได้ประมาณ  ๘-๙  กิโลเมตรต่อชั่วโมงและเลวร้ายสุดในบางเวลาที่  ๒-๓  กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนพื้นที่ภายนอกวงแหวนเขตธุรกิจดังกล่าวมีสภาพการจราจรคล่องตัวกว่าเล็กน้อยที่  ๑๐-๑๕  กิโลเมตรต่อชั่วโมงและลดต่ำลงเหลือประมาณ  ๙  กิดลเมตรต่อชั่วโมงในบางเวลา

ความพยายามแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯมักจะมุ่งไปที่การสร้างถนนและสะพานข้ามทางแยกต่าง ๆ  เพื่อแก้ปัญหาจุดตัดจราจรบริเวณทางแยกทีต้องรอจังหวะสัณญาณไฟจราจรในการเคลื่อนที่ผ่าน

จำเนียรกาลผ่านมากว่า  ๒๐  ปี  นอกจากกรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรจะมีสะพานลอยสู้ฟ้าข้ามแยกแล้ว  ยังจะมีอุโมงค์มุดดินลอดทางแยกอีกหลายแยก  แต่ปัญหาจราจรติดขัดก็ไม่ได้ลดน้อยไปกว่าอดีตกาลเลย

ในหนังสือปกขาวบอกวิธีในการแก้ปัญหาจราจรติดขัดอย่างประหยัดงบประมาณโดยการ  ปรับทิศทางการจราจรในโครงข่ายถนนที่จัด  เดินรถทางเดียว(one-way)   “...สำหรับระบบเดินรถทางซ้ายอย่างประเทศไทยนั้น  การเดินรถทางเดียวควรจะเป็นแบบตามเข็มนาฬิกา…  การทำได้เช่นนั้นแล้วจะช่วยลดจุดตัดการจราจรที่สี่แยกต่าง ๆ  หรือไม่  คงต้องพิจารณากันอย่างละเอียดถึง  ข้อดี  ข้อเสียของการจัดจราจร(เดินรถ)แบบต่าง ๆ กัน  ทั้งเดินสวนทาง(two-way) เดินทางเดียว(one-way)  หรือแบบผสมรวมเดินสวนทางกับเดินทางเดียว  ทั้งขับชิดซ้ายหรือชิดขวา  ทั้งกระแสจราจรในโครงข่ายถนนแบบ  “ตามเข็ม”(นาฬิกา)หรือ “ทวนข็ม”(นาฬิกา) ดังนี้

ถนน  ๒   ช่องทางจราจร  เดินรถสวนทางทั้ง  ๒  สาย

๑  ขับชิดขวา       เลี้ยวขวา              มีรถต้องรอ  ๑  จุด

trafset01

๒ ขับชิดซ้าย       เลี้ยวขวา              มีรถต้องรอ  ๓  จุด

trafset02

๓ ขับชิดขวา       เลี้ยวซ้าย              มีรถต้องรอ  ๓ จุด

trafset03

๔ ขับชิดซ้าย       เลี้ยวซ้าย              มีรถต้องรอ  ๑ จุด

trafset04

จาก ๑-๔ ได้ข้อสรุปว่า  การจราจรจะติดขัดน้อย  เมื่อเดินรถชิดซ้ายแล้วเลี้ยวซ้าย  หรือเดินรถชิดขวาแล้วเลี้ยวขวา (ข้อ ๑  และ ๔)  และการจราจรจะติดขัดมากเมื่อเดินรถชิดซ้ายแล้วต้องเลี้ยวขวา  หรือเดินรถชิดขวาแล้วต้องเลี้ยวซ้าย(ข้อ ๒  และ ๓)  ทั้งนี้เพราะมีจำนวนจุดรอรถเลี้ยวมากกว่า

-ถนน  ๒   ช่องทางจราจร  เดินรถสวนทาง ๑ สาย ตัดกับ เดินรถทางเดียว ๑ สาย

One-way เข้า Two-ways

๕  ขับชิดขวา      ทวนเข็ม                 มีรถต้องรอ  ๒  จุด

trafset05

๖ ขับชิดซ้าย        ทวนเข็ม                มีรถต้องรอ  ๑  จุด

trafset06

Two-ways เข้า One-way

๗ ขับชิดขวา       ทวนเข็ม                 มีรถต้องรอ  ๒ จุด

trafset07

๘ ขับชิดซ้าย       ทวนเข็ม                 มีรถต้องรอ  ๑ จุด

trafset08

จาก ๕-๘  ได้ข้อสรุปว่า  การจราจรจะติดขัดน้อยสำหรับการเดินรถชิดซ้ายเมื่อกระแสการจราจรไหลแบบ “ทวนเข็ม”(นาฬิกา)หรือไหลวนซ้าย(ข้อ ๖  และ ๘) ทั้งการเดินรถจากถนนเดินรถทางเดียว(One-way) เข้าสู่ถนนเดินรถสวนทาง(Two-ways)  และการเดินรถจากถนนเดินรถสวนทาง(Two-way)  เข้าสู่ถนนเดินรถทางเดียว(One-way)

One-way เข้า Two-ways

๙ ขับชิดขวา        ตามเข็ม                มีรถต้องรอ  ๑  จุด

trafset09

๑๐ ขับชิดซ้าย     ตามเข็ม                มีรถต้องรอ  ๒  จุด

trafset10

Two-ways เข้า One-way

๑๑ ขับชิดขวา     ตามเข็ม                มีรถต้องรอ  ๑ จุด

trafset11

๑๒ ขับชิดซ้าย    ตามเข็ม                มีรถต้องรอ  ๒ จุด

trafset12

จาก ๙-๑๒  ได้ข้อสรุปว่า  การจราจรจะติดขัดมากสำหรับการเดินรถชิดซ้ายเมื่อกระแสการจราจรไหลแบบ “ตามเข็ม”(นาฬิกา)หรือไหลวนขวา(ข้อ ๑๐ และ ๑๒)  เพราะมีจำนวนจุดรอรถเลี้ยวมากกว่าทั้งการเดินรถจากถนนเดินรถทางเดียว(One-way) เข้าสู่ถนนเดินรถสวนทาง(Two-ways)  และการเดินรถจากถนนเดินรถสวนทาง(Two-way)  เข้าสู่ถนนเดินรถทางเดียว(One-way)

-ถนน  ๒   ช่องทางจราจร  เดินรถทางเดียวทั้ง ๒ สาย

๑๓ เดินรถทางเดียวทั้งสองทิศทาง  ตามเข็มนาฬิกา

trafset13

๑๔ เดินรถทางเดียวทั้งสองทิศทาง  ทวนเข็มนาฬิกา

trafset14

จาก ๑๓  และ ๑๔  ได้ข้อสรุปว่า  การเดินรถทางเดียว(One-way) ทั้งสองเส้นทางที่ตัดกันเมื่อกระแสการไหลของการจราจร เป็นแบบ “ตามเข็ม”หรือ “ทวนเข็ม”(นาฬิกา)  มีผลเหมือนกัน  ดังนั้นในโครงข่ายระบบถนนเดินรถทางเดียวเต็มรูปแบบคือการเดินรถทางเดียวในถนนทั้ง  ๒  เส้นทางที่ตัดกัน  ไม่ว่าจะจัดให้กระแสการไหลของการจราจรเป็นแบบวนซ้าย(ทวนเข็มนาฬิกา)หรือแบบวนขวา(ตามเข็มนาฬิกา)จะไม่ทำให้การไหลของการจราจรช้าหรือเร็วกว่ากัน  เพราะมีจุดที่รอรถเลี้ยวเท่ากันทั้งสองแบบ

ส่วนการเดินรถทางเดียวที่ไม่เต็มรูปแบบ  คือการเดินรถทางเดียว ๑  เส้นทางและเดินรถสวนทาง  ๑  เส้นทางกรณีเดินรถแบบวนขวาหรือตามเข็มนาฬิกาจะมีจุดรอรถเลี้ยว  ๘  จุด

trafset15

เมื่อเดินรถแบบวนซ้ายหรือทวนเข็มนาฬิกาจะลดจำนวนจุดรอรถเลี้ยวได้เหลือเพียง ๔  จุด  หรือ  ๑  สี่แยก  รอ  ๑  จุด

trafset16

สภาพปัจจุบันพื้นที่(Block)ที่รองรับสี่แยกราชเทวีปทุมวัน-ราชประสงค์-ประตูน้ำ จัดการจราจรไม่เป็นไปตามรูปแบบที่กล่าวมาข้างต้น แต่โดยการพิจารณาทิศทางจราจรบนถนนเพชรบุรีกับถนนพระรามที่ ๑ พอจะอนุมานได้ว่ามีส่วนคล้ายกับการจัดเดินรถทางเดียวแบบวนขวาหรือตามเข็มนาฬิกาซึ่งมีข้อเสียคือ มีจุดตัด-จุดรอรถเลี้ยวมากกว่าการจัดเดินรถแบบวนซ้ายหรือทวนเข็มนาฬิกา  การจราจรในพื้นที่ดังกล่าวนี้จึงติดขัดแทบจะทั้งวัน

trafset19

 

จึงควรแก้ไข  โดยให้กลับทิศทางการจราจรบนถนนพระรามที่ ๑ กับถนนเพชรบุรี  ให้กระแสการไหลของการจราจรเป็นแบบทวนเข็มนาฬิกา  และปรับถนนราชปรารภให้เดินรถสวนทางกัน

trafset20

 

แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมของระบบถนนอันเป็นโครงข่ายการจราจรแล้วควรให้กลับทิศทางกระแสการเดินรถบนถนนคู่วันเวย์ระหว่างถนนเพชรบุรีกับถนนพระรามที่ ๑  ต่อเนื่องถึงถนนเพลินจิต-ถนนสุขุมวิท  โดย

ให้ถนนเพชรบุรีเดินรถทางเดียวจากแยกที่ตัดถนนอโศกมนตรี(สุขุมวิท ๒๑) จนถึงแยกที่ตัดถนนพระรามที่ ๖  หรือแยกอุรุพงษ์  และ

ให้เดินรถทางเดียวจากแยกกษัตริย์ศึกบนถนนพระรามที่ ๑ถนนเพลินจิตถนนสุขุมวิทจนถึงถนนอโศกมนตรี(สุขุมวิท ๒๑)   และ

เพื่อให้เกิดกระแสจราจรแบบทวนเข็มนาฬิกาอันมีเป้าประสงค์หลักคือ  การให้รถเลี้ยวซ้ายผ่านตลอดหรือเพิ่มปริมาณการไหลการจราจร ลดจำนวนจุดรอรถเลี้ยว  จึง

ให้เดินรถทางเดียวในซอยนานาเหนือ (สุขุมวิท ๓)  จากถนนสุขุมวิทไปถนนเพชรบุรี  ในถนนวิทยุจากถนนเพชรบุรีถึงถนนสุขุมวิท  ในซอยชิดลมจากถนนสุขุมวิทถึงถนนเพชรบุรี

ส่วนรถที่จะใช้ทางด่วนขึ้นลงที่ด่านเพชรบุรีห้ามเลี้ยวขวาขึ้นหรือลง  ทั้งนี้เพื่อลดจุดตัดการจราจรอันเป็นตันเหตุให้จราจรติดขัด  และการจัดจราจรตามที่เสนอเป็นการจดจราจรเดินรถชิดซ้ายซึ่งถ้าให้กระแสการจราจรไหลแบบ “ทวนเข็ม”นาฬิกาจะลดจุดตัดการจราจรได้มากกว่าการจัดแบบ “ตามเข็ม” นาฬิกา

ไม่ทราบเหมือนกันว่า  ตลอดระยะเวลากว่า ๒๐ ปีที่สมุดปกขาวของ TDRI ออกเผยแพร่จะมีผู้เชื่อถือ  และยึดถือไปปฏิบัติมากน้อยเพียงใด  โดยเฉพาะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ  แต่รูปธรรมที่ปรากฏทุกเช้า-สาย-บ่าย-เย็นบนถนน ณ ปัจจุบันสมัยและในอดีต  คงสะท้อนอะไรบางอย่างได้ว่า  ควรเชื่อ “ผู้เชี่ยวชาญ” ไปเสียทุกเรื่องหรือไม่  ผู้เชี่ยวชาญแทนที่จะนั่งนึก  นอนนึกว่าปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครมีหนทางแก้ไขหรือไม่  คงต้องถูกตั้งคำถามกลับไปว่า

ปัญหาจราจรในกรุเทพฯ กี่สิบปีแล้วที่ไม่ได้แก้หรือแก้กันอย่างผิด ผิด

 

Cr: ครรชิต ผิวนวล และ มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด. (๒๕๓๗). ปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ:มีทางแก้ไขหรือไม่.  สมุดปกขาวทีดีอาร์ไอ  ฉบับที่ ๕  เดือนเมษายน  ๒๕๓๗  ใน

http://tdri.or.th/archives/download/quarterly/white-pp/wb5.htm  เมื่อ 581007

 

 

 

 

 

Advertisements

About dhawin

ผู้เคยฝากสิบสามฝันไว้ในกระดาษบนโต๊ะทำงาน เวลาเลื่อนเลือนฝันลางตามความเปื่อยยุ่ยของกระดาษ หากแต่บางข้อฝันยังคงฝังค้างใจ กระตุ้นเตือนฉุดรั้งให้เล่าขาน ผ่านการเขียน

Posted on 04/12/2015, in etc. and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink. Leave a comment.

ความเห็นเป็นตัวอักษร

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: