ก่อนสิ้นยุครถตู้ข้ามจังหวัด : รถไฟไทยต้องช่วยคนไทยให้ได้ก่อน

ก่อนสิ้นยุครถตู้ข้ามจังหวัด : รถไฟไทยต้องช่วยคนไทยให้ได้ก่อน

PhotoGrid_1466142410190

               ในยุคที่โทรคมนาคมมีความเร็วระดับ  ๔  จี  ไม่แปลกที่คมนาคมจะต้องเร็วไปด้วย  มองในแง่ดี  ความเร็วช่วยอะไรได้หลายอย่าง  บนถนนสายบ้านสู่ที่หมาย  ไม่ว่าจะเป็น  ที่เรียน  ที่ทำงาน  ที่จับจ่ายซื้อหาของกินของใช้เพื่อการดำรงชีพ  หากใช้เวลาไม่นานอันหมายถึงมีความเร็วสูงย่อมดีกว่า  ถนนที่ติดขัดระเกะระกะเต็มไปด้วยรถเป็นไหน ๆ  นั่นก็ช่วยให้ประหยัดเวลาบนถนน  รวมถึงช่วยประหยัดเงินค่าเชื้อเพลิงที่ต้องจ่าย  หากไม่นับรถแท็กซี่  มอเตอร์ไซค์รับจ้าง  และรถเมล์สาย  ๘  แล้ว  รถตู้โดยสารประจำทางจัดว่ามีความเร็วไม่แพ้ใคร 

               รถตู้โดยสารประจำทางเป็นพาหนะที่ช่วยนำพาผู้โดยสารเดินทางสู่ที่หมายได้อย่างรวดเร็ว  สะดวกกว่ารถประจำทางคันใหญ่หรือรถทัวร์เป็นอย่างมาก  การเติบโตเชิงปริมาณของรถตู้ก็เร็วพอ ๆ  กับความเร็วบนถนนที่รถตู้เหล่านั้นใช้ “ทำรอบ”  ในแต่ละเที่ยวการเดินทาง  สองหมื่นกว่าคันของรถตู้โดยสารมากเพียงใดนั้นคงสะท้อนถึงความต้องการ  ความสะดวก  และรวดเร็ว  จากผู้ใช้บริการรถตู้ได้  นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงเพื่อนร่วมทางรุ่นพี่ดั่งเช่น  รถทัวร์หรือรถประจำทางปรับอากาศที่สูญหายตายจากไปจากความคิดผู้จะเดินทางเข้าเมืองกรุง  เพราะความไม่เร็ว (ช้า)  ไม่สะดวก(ต้องรอเวลาออก  ขึ้นรถที่สถานีขนส่ง  แล่นไม่ถึงตัวอำเภอ ฯลฯ) 

               หากแต่ไม่อะไรได้มาฟรี  เพราะความสะดวก  รวดเร็วของรถตู้โดยสารประจำทางข้ามจังหวัดในบางเที่ยวอาจต้องแลกด้วยความเสี่ยงต่อชีวิตจากอุบัติเหตุ  จากสถิติในปี พ.ศ.  ๒๕๕๘  รถตู้ประจำทางวิ่งข้ามจังหวัด(ร่วม  บขส.)  ประสบอุบัติเหตุ  ๒๖  ครั้ง  มีผู้เสียชีวิต  ๑๙  ราย  บาดเจ็บ  ๒๒๐  คน  หรือสรุปง่าย ๆ  ได้ว่า  ในอุบัติเหตุรถตู้  ๔  ครั้ง  จะมีคนตาย  ๓  คน  และในอุบัติเหตุแต่ละครั้งจะมีผู้บาดเจ็บประมาณ  ๘  คน  นั่นหมายถึงรถตู้โดยสารประจำทางที่ยัดทะนานผู้โดยสารไว้  ๑๔  ที่นั่งต่อ  ๑  คัน  เมื่อต้องถึงคราวเคราะห์หามยามซวยเกิดอุบัติเหตุแล้วผู้โดยสาระมาณ  ๘  ใน  ๑๔  คนหรือเกินกว่าครึ่ง  (ประมาณร้อยละ  ๕๗)  จะบาดเจ็บ  มีเพียง  ๕  คนที่จะปลอดภัยไม่บาดเจ็บแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ “เจ็บ”

               หากจะหาเหตุแห่งการเพิ่มจำนวนประชากรรถตู้  ปัจจัยหลักน่าจะมาจากรัฐฯที่มีนโยบายแลกทะเบียนรถโดยสารประจำทาง  ๑  แผ่น  กับทะเบียนรถตู้โดยสารประจำทางได้  ๓  คัน(แผ่น)  และอาจรวมถึงความง่ายต่อการขอเข้าร่วมบริการของผู้ประกอบการขนส่งรายย่อย  เพียงแค่มีรถตู้  ๒  คันก็สามารถขอเข้าบริการร่วมกับ  บขส. ได้แล้ว  มิใยต้องคำนึงถึงความมีทุนน้อยจนอ่อนด้อยด้านการบำรุงรักษาสภาพรถของตน  จนอาจเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุได้  ปัจจัยปลีกย่อยที่น่าจะสำคัญอยู่มากเห็นจะเป็นการต้อง  “ทำรอบ”  ทำเวลา  เพื่อทำเงินให้ทันส่งค่างวดรถที่เช่าซื้อมา  ให้ทันการรอคิว  และให้ทันการรอเติมก๊าซ(ธรรมชาติเหลว CNG)   ความเร็วที่  ๑๓๐-๑๔๐  กิดลเมตรต่อชั่วโมงจึงเป็นผลจากเหตุดังกล่าว

               ความที่เกิดอุบัติภัยจาก  รถตู้โดยสารประจำทาง  ที่หลายคนได้ให้ชื่อว่าเป็น  “โลงศพเคลื่อนที่”  อยู่บ่อย ๆ  ส่งผลให้  “ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง  (คสช.)”   พยายามจะออกกฎให้รถตู้โดยสารประจำทางวิ่งข้ามจังหวัดได้เพียงแค่ระยะทางไม่เกิน  ๑๐๐  กิโลเมตร  จากเดิมที่มีพิสัยทำการประมาณ  ๓๐๐  กิโลเมตร  เป็นเบื้องต้นก่อน  จากนั้นจึงจะให้มีรถตู้โดยสารประจำทางเฉพาะเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  เท่านั้น

               อะไรจะตามมาหากห้ามรถตู้วิ่งข้ามจังหวัดเกิน  ๑๐๐  กิโลเมตรที่กินอาณาบริเวณน่าจะประมาณจังหวัด  ราชบุรี  กาญจนบุรี  สุพรรณบุรี  อ่างทอง  ลพบุรี  สระบุรี  ปราจีนบุรี ชลบุรี พัทยา   ระยะทางที่ว่านี้อาจต้องพึ่งพารถทัวร์กันต่อไปสำหรับผู้ไม่มีทางเลือกที่จะใช้รถยนต์ส่วนตัว  หากทว่ารถทัวร์ก็ล้มหายตายจากไปจนแทบจะสูญพันธุ์อันผลมาจากการเติบใหญ่ของรถตู้  การจะนั่งรถทัวร์ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ข้างต้นนั้น  แทบจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก  ดังนั้นท่านผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจะไม่หันมามองระบบรางหรือรถที่วิ่งในรางที่มีอยู่แล้ว  เช่นรถไฟ  บ้างหรือ

             PhotoGrid_1466148362156

            ระบบรางที่มีอยู่ถ้าจะไล่เรียงจากภาคตะวันตก  รถไฟมีรางสาย  กาญจนบุรี-หนองปลาดุก-กรุงเทพฯ(ระยะทางประมาณ  ๑๓๐  กิโลเมตร)  รางสายสุพรรณบุรี-หนองปลาดุก-กรุงเทพฯ(ระยะทางประมาณ  ๑๔๒  กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ)  สายวงเวียนใหญ่ก็สามารถใช้เดินทางไปจังหวัดสมุทรสาคร-สมุทรสงครามได้

               สายใต้มีรางรถไฟผ่าน  นครปฐม (๔๘  กิโลเมตร)  บ้านโป่ง(๖๘  กิโลเมตร)  ราชบุรี(๑๐๑  กิโลเมตร)  เพชรบุรี(๑๕๑  กิโลเมตร)  หัวหิน(๒๑๓  กิโลเมตร) ประจวบคีรีขันธ์(๓๐๒  กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ)

               สายเหนือมีรางรถไฟผ่านจังหวัด  อยุธยา(๗๑  กิโลเมตร)  บ้านภาชี(๙๐  กิโลเมตร)  ลพบุรี(๑๓๓  กิโลเมตร)  นครสวรรค์(๒๔๖  กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ)  โดยมีสายอีสานแยกออกไปที่ชุมทางบ้านภาชีนำไปสู่จังหวัดสระบุรี-แก่งคอย-นครราชสีมา(๒๖๔  กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ)

               สายตะวันออกมีทางรถไฟเริ่งจากกรุงเทพฯ-ชุมทางฉะเชิงเทรา(๖๑  กิโลเมตร)-ปราจีนบุรี(๑๒๒  กิโลเมตร)-อรัญประเทศ(๒๕๕  กิโลเมตรจากกรุเทพฯ)  ส่วนสายเลียบทะเลแยกที่ชุมทางฉะเชิงเทรา-ศรราชา(๑๓๑  กิโลเมตร)-เขาชีจรรย์(๑๘๐  กิโลเมตร)-มาบตาพุต(๒๐๐  กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ)  และสายเขาชีจรรย์-บ้านพลูตาหลวง(อ.สัตหีบ  ๑๘๔  กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ)

               จะเห็นได้ว่ารถไฟไทยมีระบบรางที่ครอบคลุมพื้นที่บริการรถตู้โดยสารวิ่งข้ามจังหวัดอยู่ทุกทิศ  แต่เป็นเพราะเหตุใดจึงมีผู้ใช้บริการรถไฟน้อยกว่ารถตู้   คำตอบน่าจะอยู่ที่  ความไม่สะดวก  และไม่รวดเร็ว  ไม่สะดวกที่ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟที่แทบทุกสถานีเดินทางไปลำบาก  เทียบกับบริการรถตู้ที่บางแห่งสามารถโทรศัพท์ให้มารับได้ถึงหน้าบ้าน  ถ้าบ้านท่านอยู่ในเส้นทาง(หรือนอกเส้นทางนิดหน่อย)   ไม่รวดเร็วเพราะรถไฟแล่นช้าอาจต้องรอ “หลีก”  ในกรณีรางเดี่ยว  หรือช้าเพราะสภาพรางไม่  “สมประกอบ”  อาจเพราะรางเล็ก(๖๐-๗๐  ปอนด์ต่อหลา)  หรือหมอนรองรางเสียหาย(ผุ-กรณีหมอนไม้) 

               ณ ปัจจุบัน(มิ.ย.๒๕๕๙)รางคู่ของรางรถไฟ (double track) สายเหนือมีถึงลพบุรีแล้ว  ส่วนสายอีสาน  ถึง  มาบกะเบา(สระบุรี)  สายใต้ถึง  นครปฐม  สายตะวันออกมีถึง  ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง  ถ้าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯทางรถไฟจาก  ลพบุรี-อยุธยา สระบุรี นครปฐม  ศรีราชา-ฉะเชิงเทรา  น่าจะใช้เวลาไม่ช้าจนเกินไปจากการไม่ต้องรอหลีก

               นอกจากนี้จำนวนเที่ยววิ่งเข้า-ออกเมือง(กรุงเทพฯ)กับเมืองรอบกรุงเทพฯอาจมีน้อย  นอกจากติดขัดเรื่องรางเดี่ยว-รางคู่แล้ว  ยังติดขัดเรื่องหัวรถจักร+ตู้โดยสารหรือจำนวนขบวนรถที่รถไฟไทยมีอยู่อย่างจำกัดอีกด้วย  หากจะเพิ่มจำนวนเที่ยววิ่งก็คงต้องเพิ่มจำนวนขบวนรถ  และขบวนรถที่เหมาะต่อการเดินทางระยะปานกลางสามร้อยกว่ากิโลเมตรนี้ก็น่าจะเป็นรถดีเซลราง(Diesel Multiple Unit , DMU)  ที่หากจะลงทุนซื้อก็น่าจะตกตู้ละประมาณ  ๓๐-๔๐  ล้านบาท  สิ่งที่จะต้องตามมาคือ  จำนวนบุคลากรรถไฟที่ต้องเพิ่มขึ้น  ทั้งฝ่ายเดินรถ  ฝ่ายช่างกล(ซ่อมบำรุง+พนักงานขับรถ)  ฝ่ายอาณัติสัญญาณที่จะต้องมีงานเพิ่มขึ้นจึงต้องเพิ่มจำนวนบุคลากร

PhotoGrid_1466142219779

               ปัญหาติดขัดทั้งหลายทั้งปวงสามารถแก้ไขได้โดยการใช้อำนาจบริหาร  “พิเศษ”  ของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองในปัจจุบัน  รางก็มีแล้ว  โครงการางคู่ก็ดำเนินการอยู่(แล้ว)  ดังนั้นก่อนที่จะลดจำนวนรถตู้โดยสารข้ามจังหวัดอันส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้โดยสารอย่างแน่นอนนั้น  ผู้มีอำนาจรัฐ  ก็น่าที่จะจัดหารถไฟดีเซลราง(DMU)  สภาพดี ๆ  ใหม่ ๆ  เพิ่มให้การรถไฟแห่งประเทศไทยพร้อมเพิ่มจำนวนบุคลากรเพื่อเพิ่มเที่ยววิ่งรถไฟระหว่างเมือง-กรุงเทพฯ  ทดแทนรถตู้โดยสารประจำทางในระยะทาง  ๑๐๐-๓๐๐  กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ  จะเป็นการช่วยให้คนไทยปลอดภัยจาก  “อุบัติตู้ภัย”  ได้เป็นอย่างดี

               หากทำได้  จะได้บุญ  “อย่างแรง”

               และเป็นการคืนความสุขให้กับประชาชน “อย่างแท้จริง”

 PhotoGrid_1466154838412

              

Advertisements

About dhawin

ผู้เคยฝากสิบสามฝันไว้ในกระดาษบนโต๊ะทำงาน เวลาเลื่อนเลือนฝันลางตามความเปื่อยยุ่ยของกระดาษ หากแต่บางข้อฝันยังคงฝังค้างใจ กระตุ้นเตือนฉุดรั้งให้เล่าขาน ผ่านการเขียน

Posted on 17/06/2016, in etc. and tagged , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink. Leave a comment.

ความเห็นเป็นตัวอักษร

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: